เรื่องย่อ

ที่อำเภอเล็กๆแห่งหนึ่ง ที่ไร้ซึ่งความสลักสำคัญระดับชาติ เป็นบ้านเกิดของ ขวาน ลูกชายเจ้าของร้านผัดไท คนที่ได้ชื่อว่าเป็น “เดอะ สเปเชี่ยล” ของหมู่บ้าน คนที่ใครๆต้องรู้จัก ขวาน เด็กชายผู้มีแขนซ้ายสองข้าง!!

ขวานเป็นเด็กไม่ธรรมดามาตั้งแต่เกิด ด้วยแขนซ้ายทั้งสองบวกกับแขนขวาอีกหนึ่ง เขาเก่งกว่าเด็กทั่วไปสารพัด เช่น ทำการบ้านคัดไทยได้ทีละสองหน้า, กระโดดตบวอลเลย์ได้ครั้งละสองลูก, ลบกระดานดำไวสุดในชั้น, แปรงฟันไปล้างหน้าไป ขวานคิดเสมอว่าการที่เขาสามารถใช้สองมือกินขนม ส่วนอีกมือแคะขี้มูกไปด้วยโดยไม่ต้องกลัวเลอะ เป็นพรวิเศษเฉพาะตัว เขาเชื่ออย่างที่แม่เคยหอมแก้มแล้วกระซิบที่ข้างหูว่า ขวานคือคน พิเศษ

“โกหกทั้งเพ” คำพูดสวยหรูทั้งหมด มันเป็นแค่สิ่งที่แม่หลอกเขา แม่คงให้หมอตัดแขนเขาทิ้งไปแล้ว ถ้าไม่กลัวเขาจะเสียเลือดจนตาย เพราะแขนซ้ายเจ้ากรรมดันมีเส้นเลือดโยงเข้าสู่หัวใจ

เมื่อแม่ตาย ขวานยิ่งตระหนักว่าเขาไม่ใช่คนพิเศษ แต่เป็นตัวประหลาดในสายตาคนทั้งหมู่บ้าน...

แฟนที่คบกันมานานก็บอกเลิก เพราะทำใจเรื่อง “ไอ้นั่น” ไม่ได้จริงๆ แถมช่างตัดเสื้อประจำตัวก็มาด่วนตายไปซะอีก นั่นหมายความว่านับแต่วินาทีนี้ไป เขาจะไม่มีเสื้อใส่!!!

ขวานตัดสินใจแล้ว ช่างแม่”, “ช่างเส้นเลือดใหญ่
เขาจะไปกรุงเทพฯ ไปผ่าตัดความ พิเศษ ออก

ระหว่างการเดินทาง ขวานสวมบทฮีโร่ช่วยผู้หญิงที่กำลังจะโดนปล้ำคนหนึ่งไว้ เธอชื่อนา กำลังจะไปตามหาผัวที่กรุงเทพฯ ในเมื่อเธอกับเขามีปลายทางร่วมกัน นาจึงกลายมาเป็นเพื่อนร่วมทางจำเป็นของขวาน แล้วการเดินทางที่ไม่ธรรมดาของคนสองคนกับแขนห้าข้างก็เริ่มต้นขึ้น ขวานรู้สึกคล้ายเป็นคนพิเศษขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้เขารู้ดีว่ามันไม่ใช่เพราะแขน

หากแต่เป็นความพิเศษที่เกิดขึ้นจากสิ่งที่เต้นรัวอยู่ในอกด้านซ้ายของเขาเอง

กอด” จากกระจกเงา สู่ความอยากมีและไม่อยากมีของคน

ถ้าคุณเคยตื่นเต้นกับหนังเรื่อง สยิว หรือเคยอมยิ้มไปกับหนังเรื่อง เฉิ่ม คงไม่น่าแปลกใจถ้าต้นปี 2551 นี้ ใครๆจะหลงรักหนังเรื่อง กอด เพราะ คงดช จาตุรันต์รัศมี กำลังจะบรรจงสร้างและบรรเลงเรื่องที่ว่าด้วยความอยากมีและไม่อยากมีของคนด้วยสองมือของเขา และกระจกเงาที่ทำให้เขารู้สึกว่าส่องกี่ครั้งความบกพร่องในร่างกายก็ยังคอยกระแทกตาอยู่เสมอ

“ผมมีโอกาสได้คุยเรื่องบทภาพยนตร์เรื่องหนึ่งกับพี่เก้ง ช่วงเวลาที่ได้คุยกัน อยู่ๆพี่เก้งก็ถามผมว่าตอนนี้มีเขียนเรื่องอะไรไว้บ้าง พอดีผมมีเรื่องนี้อยู่ในมือ ก็เลยเอาให้พี่เขาอ่านเล่นๆปรากฏว่าพี่เก้งชอบ เลยชวนมาทำให้เป็นเรื่องเป็นราวกันดีกว่า จากนั้นก็พัฒนากันมาเรื่อยๆจนสมบูรณ์ ผมเริ่มเขียนเรื่องนี้จากอาการเกลียดหน้าตัวเองในกระจก ผมเชื่อว่าทุกคนต้องเคยรู้สึกไม่ชอบบางส่วนของตัวเองในกระจกแน่ๆ มันเลยเป็นที่มาของเรื่อง เพราะสิ่งที่เราเห็นในกระจกมันเป็นสิ่งที่จะหลบยังไงมันก็ยังคงมีให้เห็นและคอยกระแทกสายตาอยู่ดี พอได้เริ่มเขียน มันยิ่งทำให้ผมรู้สึกว่าเราได้พูดในสิ่งที่เรามีคำถามกับชีวิตเยอะดีเหมือนกัน โดยโครงเรื่องผมใช้เวลาไม่นานแต่รายละเอียดของมันผมใช้เวลาคุยใช้เวลาปรับและพัฒนากับพี่เก้งอยู่หลายเดือนจนได้สิ่งที่ตรงใจที่สุด พี่เก้งเป็นคนมีไอเดียมาเสนอตลอดเวลาโดยไม่ได้บีบบังคับให้เราต้องเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ เรียกว่าป้อนแรงบันดาลใจให้มากกว่า

ก่อนหน้านี้ผมคิดอยู่หลายเรื่อง แต่พอคิดถึงเรื่องแขนมันก็มีคำว่าชายหนุ่มที่มีแขนซ้ายสองข้างผุดขึ้นมา ผมรู้สึกว่ามันน่าสนใจ คำมันชวนให้คิดภาพ พอเราคิดภาพแล้วรู้สึกว่าอยากเห็นจัง ในขณะที่ถ้าเป็นสามขาเราคงไม่อยากเห็นไม่อยากดู สามหูก็รู้สึกไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไหร่ เพราะส่วนใหญ่เราทำกิจวัตรประจำวันด้วยมือด้วยแขนก็เลยรู้สึกว่าถ้าพระเอกของเรามีแขนซ้ายสองข้างจะเป็นอย่างไร ต้องมันส์แน่ๆ

ในส่วนของการเฟ้นหานักแสดง เราได้ตุ้ย AF3 และ น้องกระแต มารับบทนำ ตอนแรกผมนึกไม่ออกว่าจะเป็นอย่างไรถ้าให้ตุ้ยมารับบทขวาน พอได้มาเจอตัวจริงก็ชอบเลย เขามีเสน่ห์แบบพระเอกลิเกแฟนคลับถึงได้เยอะขนาดนี้ แต่ที่สำคัญที่สุดคือตุ้ยมีแววตาแอบเศร้าอยู่ ผมรู้สึกตั้งแต่ต้นว่าอยากได้คนที่มีแววตาเศร้าสามารถสื่อให้รู้สึกได้ว่ามีปัญหากับชีวิต ไม่พอใจกับชีวิต เพราะขวานเขาเป็นคนรู้สึกแบบนั้น หน้าตาไม่ได้แฮปปี้ ซึ่งตุ้ยก็มีคุณสมบัติแบบนั้นครบ พอตุ้ยได้อ่านเรื่องแล้วเขาก็โดนมาก อินสุดๆถึงกับออกปากว่าผมพร้อมมากครับพี่ จะโขกสับผมยังไงก็ยอม

หนังเรื่องนี้ผมอยากให้มองในมุมที่เกี่ยวกับความมีหรือไม่มีของคน บางทีเรามัวกังวลว่าเรามีสิ่งนี้ไม่มีสิ่งนี้ มันเป็นเรื่องของการยอมรับในสิ่งที่ตัวเองมีหรือไม่มี แล้วมีความสุขกับชีวิตได้ ไม่ว่าเราจะมีหรือไม่มีอะไรก็ตามสุดท้ายแล้วสิ่งเดียวที่เราต้องการก็คือคนที่แคร์เรา มันทำให้เราหยุดดิ้นรน ผมชอบที่เราวางไว้ว่าให้ กอด เป็น โร้ดมูฟวี่ ผมอยากให้เห็นว่าพระเอกดิ้นรนไปตลอดเส้นทาง บางอย่างเป็นเรื่องใกล้ตัวมาก แต่เราก็ดิ้นรนโดยที่ลืมถามตัวเองว่าจริงๆแล้วเราต้องการอะไร ผมว่าดีนะถ้าคนที่ได้ดูมีโอกาสได้คิดต่อ”

ข้อมูลจาก: thaicinema.org


MV "กอด" - เพลงประกอบภาพยนตร์ เรื่อง "กอด"

เพลง "กอด" - ปุ๊ อัญชลี เพลงประกอบภาพยนตร์ เรื่อง "กอด"

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

น่าดูจัง...

#1 By แนน (124.121.196.94) on 2007-12-15 20:30

หนังก็น่าดูดีนะ แต่ยังไม่มีคนไปดูด้วยอ่ะ

#2 By แอร์ (125.26.43.26) on 2007-12-16 12:36

อยากดู น่าดูมาก

#3 By .... (58.9.45.37) on 2007-12-16 13:33

น่าดูจัง

#4 By ปลายฟ้า (61.19.145.16) on 2007-12-18 09:28

tongue

#5 By (203.113.17.171) on 2007-12-22 13:15

ชอฟ หนัง เรื่อง นี้ จัง ค่ะ

อยากดูก่าแกที่สุดเรยย นะ

ช้าน ... แก น่ะเว่ยยยย!

#6 By aonangel..na..an on 2007-12-29 01:35

อยากดูมากเลยหนังเรื่องนั้

#7 By poom (202.5.87.159) on 2008-01-21 00:23

#8 By กอโยอายา (203.172.247.20) on 2008-01-30 14:07

#9 By jeab (58.9.186.97) on 2008-02-06 00:51

ชอบตุ้ยมั่กๆ

#10 By (58.9.186.97) on 2008-02-06 00:51

น่ารัก

#11 By ice12 (125.26.165.20) on 2008-02-18 16:51

อยากมีแขนขวาสองข้างอ่ะ น่าจะดี

#12 By nut (124.121.24.2) on 2008-02-25 18:52

i love ubig smile open-mounthed smile confused smile sad smile angry smile tongue question question

#13 By puyfay (118.173.242.101) on 2008-02-27 15:27

Latest Comments

Categories