เพลง ช็อคโกแลต Chocolate
Hangman - วงแฮงแมน
(วงใหม่ ของ โต Silly Fools)

ฟังเพลง ช็อกโกแลต chocolate - Hang man วงใหม่ ของ โต sillyfools  ซิลลี่ฟูล เนื้อเพลง ช็อกโกแลต ช็อคโกแลต ถึง Fat ฉันจะทานต่อ แม้ว่าฉันจะทานแล้วโดนล้อ  ช็อคโกแลต ถึง Fat ฉันจะทานต่อ แม้ว่าฉันจะทานแล้วมันไม่หล่อ

โหลดเพลงนี้เป็นเสียงเรียกเข้ามือถือ >> [Truetone][Polyphonic]

เนื้อเพลง : ช็อคโกแลต Chocolate

เผลอปุ๊บ นึกถึง ช็อคโกแลต ปั๊บ
ลิ้นก็อยากจะสัมผัส ใจก็อยากจะได้มา
พอนึกปุ๊บ น้ำในปากก็ไหลปั๊บ
นี่ขนาดห้ามใจนะ นี่ขนาดแค่ตั้งตา
เผลอปุ๊บ นึกถึง ช็อคโกแลต ปั๊บ
ทุกๆ อย่างก็แวววับ โลกหมุนกลับในพริบตา
แม้ฉุดเอาช้างตัวใหญ่มานั่งทับ
อย่าคิดว่าใหญ่ล่ะยอมนะ เพื่อ ช็อคโกแลต ฉันทำได้

*แม้เธอดำแต่ฉันยืนยันจะรักเธอ
ยิ่งดำได้ใจ แต่หวานเกินใคร ก็ยิ่งรัก

** ช็อคโกแลต ถึง Fat ฉันจะทานต่อ
แม้ว่าฉันจะทานแล้วโดนล้อ
ช็อคโกแลต ถึง Fat ฉันจะทานต่อ
แม้ว่าฉันจะทานแล้วมันไม่หล่อ

นี่นะ ฉันไม่ได้มาร้องทุกข์
นั่งตัวเกรงจนขนลุก
พอท้องมันจุกก็แกล้งอ้าง

พอเห็นปุ๊บ เห็นเป็น ช็อคโกแลต ปั๊บ
ขนทุกเส้นก็ตั้งรับ และปากของฉันก็อ้ากว้าง

(*)

ทำไมคนทั้งโลกต้องคอย เหยียดหยามกัน
ก็อยากทำดีก็หาว่าใจฉันดำ

แม้ว่าคนทั้งโลกไม่ยอมเข้าใจฉัน
แต่หากมันดีฉันก็จะทำ
สุดท้ายแล้วมันจะหวาน แม้ว่ามันจะดำ

(**,**,**)

ช็อกโกแลต - แฮงค์แมน

ไปดู คลิปวีดีโอHANGMAN แสดงคอนเสิร์ต ได้ที่นี่ >> [Live ] ช็อคโกแลต (Chocolate)

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ร้องเพลงได้ใจจากเต้ย

#506 By เต้ย (118.172.135.117) on 2008-02-13 14:29

ชอบเพลงนี้มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

#507 By เอ็ม (124.157.164.242) on 2008-02-16 09:15

เพลงเพราะจัง

#508 By เค้ก (125.24.213.165) on 2008-02-16 11:58

#509 By เด้ (203.144.160.246) on 2008-02-23 18:21

#510 By นครินทร์ (125.27.167.3) on 2008-02-28 16:06

0060

#511 By โก้ (117.47.79.223) on 2008-03-02 11:59

dddd

#512 By assd (124.120.14.7) on 2008-03-08 14:22

#513 By (58.9.216.163) on 2008-03-10 16:52

ชอบมั๊กๆๆๆ confused smile open-mounthed smile big smile น่ารักมั๊กๆๆๆquestion

#514 By เด็กซ่าส็ (222.123.237.154) on 2008-03-11 09:53

อยากให้พี่โตอยู่กับในอุดมการณ์อัลอิสลามต่อไป

#515 By (125.25.178.154) on 2008-03-18 11:01

รักพี่โตสุดสุด

#516 By (125.25.178.154) on 2008-03-18 11:02

ชื่ออะไรsad smile

#517 By (58.9.126.142) on 2008-04-04 10:15

ชื่ออะไรsad smile

#518 By (58.9.126.142) on 2008-04-04 10:15

ชื่ออะไรsad smile

#519 By (58.9.126.142) on 2008-04-04 10:15

ชื่ออะไรsad smile

#520 By (58.9.126.142) on 2008-04-04 10:15

ที่คุณบัง(โต)ได้แถลงข่าว จริงอย่างเดียวคือ โดนโหวตออก
เรื่องจริงตอนแรกเลย ตั้งแต่ข่าวน้องชายพี่โตติดยา พี่โตก็เครียดมาตลอด
จนวันนึงพี่แก ไม่อยากเป็นพรีเซนเตอร์(เหล้า) และไม่อยากทัวร์คอนเสิร์ต
เนื่องจากเป็นการทำให้คนอื่นมึนเมา นับถือๆ ดีๆ (เป็นอิสลามงิ)
แต่ว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา พี่โตได้เงินคนเดียว 50% ในขณะที่แบ่งให้
เพื่อนๆที่เหลืออีก 3 คน ในอีก 50% ที่เหลือ
แล้วการทัวร์คอนเสิร์ต คือรายได้ที่ช่วยให้พี่ๆ นักดนตรีที่เหลืออดทนอยู่ในวงโดยไม่ถือสา
จนกระทั่งพี่โตบอกว่าจะเลิกทัวร์ ไม่รับเป็นพรีเซ็นเตอร์เหล้า
พี่ต้น(มือต้า) ก็ขอร้องนะ แต่พี่โตไม่ยอม จนเป็นปากเสียงกันขึ้น
คนในวงเลยบอกว่า "ก็มึงรวยแล้วนี่ พวกกูต้องเอาเงินที่ได้จากทัวร์ ถ้าไม่ทัวร์
กูจะเอาที่ไหนแดกวะ"
แต่พี่โตไม่ยอม พี่ต้นก็เลยโหวตออก ในอดีต แท้จริงแล้วพี่โตมาทีหลังสุด
ในวันแถลงข่าว ความจริงจะแถลงพร้อมกัน 4 คน
แต่พี่โตวางแผน ทำท่าออกไปข้างนอก พี่ๆ 4 คน รออยู่ชั้น 3
ในขณะที่พี่โต ลงมาแถลงข่าวคนเดียว โดนที่คนอื่นเข้าใจว่า ออกไปข้างนอกแล้ว+
พอรู้ว่าแถลงออกไปแล้ว และได้ยินคำแถลงอย่างนั้น พี่ๆ ที่เหลือก็โกรธมาก
ไม่คิดว่าคนเคยเป็นเพื่อนกัน จะทำได้ขนาดนี้ กินเงินคนเดียวเยอะๆ ไม่พอ
ยังทำให้พี่ๆ เขาล่มจม หรือกล่าวหาเสียอีก
พี่ๆ เขาโกรธมาก และไม่มีศิลปะในการพูดมากเหมือนโต
ทำให้ยิ่งขาดความน่าเชื่อถือ
พี่ๆ เขาก็เลยหานักร้องใหม่ และสร้างตัวขึ้นมาใหม่ และคิดว่าจะเจาะตลาดเมืองนอก
แล้วคนไทยที่ไม่รู้ความจิงก็มีแต่ว่าพี่ๆ เขา
และสาวกซิลลี่ก็แตกกันเองอีกต่างหาก - -* เพราะบางคน ชอบซิลลี่ เพียงเพราะพี่โต
ไม่เห็นว่า นักดนตรีสำคัญเลยแม้แต่น้อย แต่พี่ว่า ดนตรีของซิลลี่เยี่ยมยอดมากเลย

จะขอบคุณมากถ้าเพื่อนๆ ช่วยบอกต่อๆ ไปนะคะ
ซิลลี่ฟูลส์(new) ไม่มีจะกินทุกวันนี้เพราะเขา
คนเดียว วงดนตรีคุณภาพต้องมาจบเพียงเพราะคนๆ
นี้คนเดียว แต่พี่เขาก็ยังทำเพลงสู้ค่ะ TT^TT
SiLLy FooLs ของฉันนนนนนนนนนนนนนนนน
(รู้มานานแล้ว เพิ่งจะโพสค่ะ)

#521 By เนส (203.155.234.106) on 2008-04-14 00:51

อ่านบทสัมภาษณ์ของสามคนที่เหลือแล้วสงสารพี่ต้นมากๆ


เมื่อวันจันทร์ที่ 26 มิถุนายน 2549 “โต Silly Fools” นักร้องของวงได้เปิดแถลงข่าว ที่ตึก GMM Grammy สรุปประเด็นหลักๆได้ดังนี้
“ถูกโหวตจากเพื่อนในวงให้ออก”
“ให้เป็นพรีเซ็นเตอร์ของมึนเมาจากเพื่อนๆ”
“และตนเองเป็นคนทำเพลงในวงกว่า 70%”
ซึ่งในวันนั้น โต Silly Fools แถลงข่าวคนเดียว ไม่มีเพื่อนร่วมวง ด้วยเหตุผลบางอย่าง ทั้งๆ ที่สมาชิกทุกคนก็อยู่ในตึกนั้นด้วย
ในฐานะ สื่อกลางของคนดนตรี ขอใช้พื้นที่ตรงนี้ให้ Silly Fools อีก 3 คน
มือกีตาร์ ต้น Silly Fools
มือเบส หรั่ง Silly Fools
มือกลอง ต่อ Silly Fools
ได้พูดบ้าง มาฟังข้อคิดเห็นจากเขาทั้งสาม

OD : วง Silly Fools แตกวง สาเหตุมาจากเรื่องอะไรครับ
ต้น : สาเหตุก็คือ เริ่มจากว่ามีอยู่วันนึง ทาง “โต” เข้ามาบอกว่า ชุดใหม่ที่จะออกมาเนี่ย ตัวเขาจะไม่ขอรับเล่นงานคอนเสิร์ตในผับ ซึ่งเขาก็ให้เหตุผลของเขาในเรื่องที่เกี่ยวกับอุดมการณ์ของเขา เกี่ยวกับเรื่องศาสนา ซึ่งตัวผมก็เข้าใจเจตนาของเขา แต่ผมก็ต้องกลับเข้ามาคุยกันกับอีกสองคน โดยตัวเขาก็ยืนกรานเลยว่า ตัวเขาไม่มีทางที่จะเปลี่ยนแปลงความคิดนี้แน่นอน ที่จะไม่ขอไปเล่นในผับ ผมก็มานั่งคุยกันสามคนว่า จะว่ากันยังงัยในเมื่อทางโตเขายืนกรานมา แล้ว เขาก็ไม่คิดจะเปลี่ยนความคิดนี้แน่นอน ผมทั้งสามคนก็คุยตรงกันว่าการเล่นในผับมันก็คือการทัวร์คอนเสิร์ต เพราะพวกผมก็เหมือนกันกับนักดนตรีทั่วโลกนั่นแหละทุกวง รวมถึงนักดนตรีในเมืองไทยทุกวงที่ว่า พอเทปวางแผงก็ต้องทัวร์คอนเสิร์ตทันที ทั้งงานกลางแจ้งและในผับ มันเป็นอาชีพ มีใครมาจ้างไปเล่นที่ไหนก็ไป มันคือทัวร์คอนเสิร์ต พวกผมไปเล่นหมด แต่จะมีบางที่ที่ต้องสกรีนกันก่อนว่าที่ไหนที่มีการใช้ความรุนแรงกันบ่อยจนเกินไป ผมก็ไม่ไปเล่น ก็แค่นั้นเอง ส่วนผมเองมันเลือกไม่ได้หรอกว่าจะมาเลือกเล่นที่โน้นที่นี่ เพราะมันคืออาชีพนักดนตรี ซึ่งอย่างไรเราก็ควรรับงานเล่นผับ เพราะผมเองก็ไม่เคยมีเจตนาที่จะเล่นดนตรีเพื่อไปมอมเมาใคร ผมไม่เคยไปบอกให้ใครมาดูผมเล่น แล้วมาบอกให้เขากินเหล้าเมายากันเยอะๆ เพราะผมเองก็ไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี ไปถามโตได้ ทุกคนมีชีวิตของตัวเอง มีสมองของตัวเอง ผิดชอบชั่วดีรู้ด้วยตัวเองกันทุกคน
หรั่ง : และที่พวกผมทั้งสามคนนั้น รับข้อเสนอนั้นไม่ได้ก็เพราะว่า การที่พวกเราจะไม่ได้เล่นดนตรีกัน ซึ่งมันก็เหมือนกันกับวัฎจักรของวงการเพลง ซึ่งเวลาที่มีการออกอัลบั้มนั้นมา ก็จะต้องมีการเดินทางไปโปรโมท การไปแสดงตามสถานที่ต่างๆ อยู่แล้ว ถ้าเป็นแบบนี้แฟนเพลงก็จะหาดูพวกเราได้ ก็เริ่มน้อยลง ซึ่งผับนั้นก็มีอยู่เยอะมากๆ อยู่แล้ว คนเข้าไปกินเหล้าของเขาอยู่แล้ว คนที่ไปดูแล้วไม่กินก็มี ซึ่งมันเป็นเรื่องธรรมชาติอยู่แล้ว ซึ่งถ้าตัดงานในผับออก มันก็จะทำให้ส่วนของการเล่นลดน้อยลงด้วย ก็คือคุณจะได้ยินเพลงที่เกิดจากการเล่นสดน้อยลง ซึ่งมันก็มีผลกระทบต่อทีมงานในวงทุกคน และยอดเทปของบริษัทด้วย
ต้น : ถ้าตัดการเล่นตามผับออกไปเลยนะ หรือในที่ไหนมีการขายของมึนเมาแล้วไม่ไปเล่น เฉพาะในกรุงเทพเนี่ย แทบจะไม่มีที่ได้เล่นเลยนะ ปกติในกรุงเทพงานจ้างก็เป็นผับซะส่วนใหญ่ ซึ่งผมมาคำนวณจากการที่ผมได้มีการจดบันทึกมาจากทุกงานที่ได้ไปเล่น ในผับอย่างเดียวก็หนึ่งในสามแล้ว พูดได้เต็มปากเลย
ที่สำคัญอีกประเด็นนึงที่โตแถลงข่าวว่า เหมือนไปบังคับเขาให้ไปเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับพวกเครื่องดื่มของมึนเมา ผมพูดกันตรงๆ เลยว่า ไอ้เรื่องพรีเซนเตอร์เครื่องดื่มมึนเมาหรือไอ้เรื่องการถ่ายโฆษณาเนี่ย ผมไม่เคยไปมีส่วนได้ส่วนเสียอะไรเลยสักบาทเดียว โต เขาไปถ่าย Yamaha, M-150 เนี่ย โตเขาก็ได้ของเขาคนเดียว ผมไม่ได้ไปขอส่วนแบ่งกับเขาแม้แต่บาทเดียว ที่ผมได้จากโฆษณามีอยู่ครั้งเดียวคือตอนที่ผมถ่ายกับ Yamaha ตัวแรก ผมยังนั่งขำๆ ตัวเองอยู่เลยที่ตัวเองได้ถ่ายโฆษณา ค่าตัวผมก็คนระเรื่องกับโตเลยนะ แต่ 3-4 ตัวต่อมาโตรับคนเดียว ตัดสินใจคนเดียว พวกผมไม่เคยติดต่อหรือเกี่ยวข้องกับพรีเซนเตอร์ของมึนเมาเลย ผมก็ยังงงๆ กับที่เขาแถลงข่าวตรงนี้อยู่นะ คิดได้ไง
OD : และที่พูดกันเรื่องพรีเซน เตอร์เรื่องของมึนเมา มันคือ?
หรั่ง : คือ Silly Fools ไม่เคยมีอันไหนเลยที่เข้ามายื่นให้ว่า ไปเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับสิ่งมึนเมา ไม่มี ถ้าวงจะทะเลาะกับโตว่า โอเค! ทำไมไม่รับงานพรีเซนเตอร์ตรงนี้ แต่ผมสามคนไม่มีส่วนแบ่งที่จะไปได้เงินกับเขา ทำไมผมต้องไปบังคับเขาด้วย เขาพูดอย่างนี้ไม่ถูก
ต้น : และอีกอย่างคือ การที่ขึ้นไปคุยเรื่องเงิน การต่อรองราคาในเรื่องค่าตัวพรีเซนเตอร์ ผมไม่เคยขึ้นไปคุยด้วยเลยกับทางผู้ใหญ่ข้างบนแม่แต่ครั้งเดียว ในวงผมก็มีโตคนเดียว ที่ขึ้นไปคุย ไอ้เรื่องที่เขาพูดไปนั้นมันผิดประเด็น วงไปบังคับเขาตรงไหน แล้วสิบปีที่เล่นดนตรีด้วยกันมา เขาก็เต็มใจเล่นมาตลอด
ต่อ : ไปเล่นในผับนั้นเหมือนเป็น การชักจูงให้คนไปดื่มเหล้ากันไปมอมเมาคน มันขัดต่อหลักศาสนาอันนั้นแหละคือเหตุผลที่เขาไม่ต้องการ แต่เขาดันแถลงข่าวผิดประเด็นเป็นเรื่องของพรีเซนเตอร์กับเรื่องของมึนเมา
ต้น : ผมเล่นดนตรี ไม่ใช่เพื่อไปมอมเมาคนอื่น เพื่อไปให้คนมากินเหล้ากันเยอะๆ ตัวผมก็ไม่ชอบเหมือนกันที่ไปเล่นที่ไหน คนกินเหล้ากันจนขาดสติ และก็ตีกัน ผมก็ไม่ชอบ แม้แต่เจ้าภาพเองที่เป็นคนจัดงาน เขาก็ไม่ชอบ
OD : เราก็ไม่เคยเห็น Silly Fools ไปเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับของมึนเมาเลยนี่ครับ
หรั่ง : ใช่ครับ เพราะผมก็รู้อยู่แล้วว่าเพื่อนผมเขานับถือ ศาสนาอิสลาม และผมก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจรับพรีเซ็นท์เตอร์ของเขาเลย และก็ไม่สนใจด้วย
OD : มาที่เรื่องที่โตแถลงข่าว ออกไปว่า เขาเป็นคนทำเพลงของวงเอง 70% ์ในวง จริงแท้เป็นมาอย่างไร
ต้น : คือเวลาผมทำอัลบั้มกันปุ๊บเนี่ย ผมก็ต้องหยุดการทัวร์คอนเสิร์ตกันก่อน ผมจะไม่ทัวร์ไป ทำเพลงไป เพราะมันจะทำเพลงไม่ได้ ผมก็จะหยุดการรับงานทันที พอผมหยุดรับงานปุ๊บ ผมก็อยู่บ้านทำแต่เพลงอย่างเดียว คือเริ่มกันจากเราสี่คน ต่างคนก็ต่างทำเพลงกันมา ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเพลงเร็วหรือเพลงกลางๆ หรือรวมถึงเพลงช้า ผมกับหรั่งจะเป็นคนทำภาคของดนตรีมา ส่วนโตทำนองที่เขาทำจะมีแต่เพลงช้า ก็จะมีการมาแจมกันด้วย แล้วแต่ชุด บางชุดก็จะมาแจมกันหมด อย่างตัวอย่างหน้าที่ของผมคืออะไร คือผมทำเพลงมาปุ๊บ 1 เพลง ดูง่ายๆ เอาอย่างเพลง “น้ำลาย” ไปซื้อคาราโอเกะเพลงน้ำลายมานะ ถ้าตัดเสียงร้องออก อันนั้นแหละเป็นสิ่งที่ผมทำ และผมเอาสิ่งอันนั้นแหละ เรียบเรียงมาแล้วเรียบร้อย ไปส่งให้โตทำทำนองร้อง ซึ่งทำนองร้องของโต ก็แต่งมาจากทำนองดนตรีของผม คือพูดกันง่ายๆ เปรียบเทียบอย่างผมเอากรอบรูปมากรอบนึง ผมวาดวิวทุกอย่างหมดแล้ว วางโครงเรื่องของภาพแล้ว ตัวอย่างเช่น เพลงเร็วเหมือนภาพไฟร้อนแรง ผมก็จะหากรอบสีแดง และผ้าใบของผมมา ผมจะวาดภาพเปลวเพลิงบนผ้าใบ พอวาดเสร็จผมจะส่งต่อให้โตไปวาดต่อ ซึ่งเมื่อเขาเห็นเขาจะรู้ได้โดยทันทีว่าต้องวาดอะไรที่เกี่ยวข้องกับความร้อนแรงหรือ
ไฟ เพราะผมวางโครงเรื่องไว้ก่อนแล้วเขาอาจจะเติมภาพปีศาจหรืออะไรอื่นๆ ลงในภาพเปลวเพลิงนั้น แล้วจึงกลายเป็นภาพที่สมบูรณ์ ซึ่งทุกอย่างเริ่มจากภาพที่ผมสามคนวางโคลงเรื่องไว้ก่อนแล้ว ผมมีกรอบมาให้ด้วยนะ เขาก็ต้องวาดไปตามในกรอบของผม แล้วโตมันแต่งมาได้ไง 70% มาจากตรงไหน ทุกคนมันมีส่วนร่วมเท่าๆ กันทั้งสี่คน
หรั่ง : คือดนตรีจะค่อนข้างเสร็จกว่า 90% ไปอย่างนั้นเลย คือ ทุกเพลงตัดเสียงร้องออกไป ก็เป็นเพลงคาราโอเกะดีๆ ให้เลย ตอนก่อนส่งไปให้โตแต่งทำนองร้องของเขา
ต้น : คือผมสามคนเรียบเรียง กีตาร์ เบส กลอง หรือ ซาว์นแปลกๆ ใส่ไปให้เรียบร้อยอย่างที่ทุกคนได้ฟังกัน 90% ขึ้นหมดทุกเพลง และทุกอัลบั้ม และพอผมส่งไปให้โตเสร็จปุ๊บ เวลาโตทำมาแต่ละเพลง เขาจะมีการมาให้ผมสามคนฟังหมดทุกเพลง ทุกอัลบั้มก่อนว่าทำนองร้อง ท่อนโน้น ท่อนนี้ โดนมั้ย หรือกีตาร์เสียงนี้มันกัดกับทำนองร้องเขานะ เปลี่ยนได้มั้ย เราสี่คนช่วยกันตัดสินใจด้วยกันมาตลอด แต่เวลาไปแก้ไขงาน ก็หน้าที่ใครหน้าที่มัน อย่างเช่น ถ้าใครคนใดคนนึงในวงบอกว่าทำนองร้องแหม่งๆ เขาก็จะกลับไปทำมาใหม่ อย่างเนื้อร้องเขาก็จะมาถามทุกคนว่าเป็นยังงัย ดีมั้ย ผ่านมั้ย คือทุกอย่างเราตัดสินใจด้วยกันตลอด ทุกอย่างคือสี่คนช่วยกันทำ ปกติแล้วภาคดนตรีต่างๆ 90% ก็จะมาจากผมกับหรั่งอยู่แล้ว พูดตรงๆ เลยว่า โตเขาจะแต่งเป็นคนสุดท้าย ถ้าเทียบอัตราส่วนนี่ 90% เลยนะ ที่ดนตรีจะมาก่อนร้อง เขาจะมาคนสุดท้าย บางทีเขาไปไล่แต่งทำนองร้องในห้องอัดซะด้วยซ้ำ หลายเพลงผมอัดกีตาร์เสร็จ โซโล่เสร็จ ใส่ลูกเล่นกีตาร์เสร็จ ใส่เสียงแปลกๆ ไปเสร็จ ใส่ไลน์กีตาร์ไปครบหมดแล้ว เขาก็มาไล่แต่งทำนองร้อง เนื้อร้องอะไรของเขาทีหลัง ตัวอย่าง เพลงน้ำลายนี่จะเห็นได้ชัดเลย ซึ่งตอนแรกเขาจะไม่เอาด้วยซ้ำเพลงนี้ เขาบอกว่าเขาไม่ชอบ มันหน้าเบื่อ จะโละทิ้งด้วยซ้ำ ผมยังบอกเขาเลยว่า “ใจเย็นๆ เดี๋ยวจัดให้ อิอิ....” แต่หลังจากที่เขามาฟังพวกผมเรียบเรียงกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขากลับคึกเลยละ คึกมากๆ เป็นตัวจุดประกายให้เขาไหลทำนองร้อง และเนื้อร้องได้ ถ้าไม่มีหรั่งเริ่มต้นทำเพลงน้ำลายมา ไม่มีผมกับต่อเรียบเรียง ในโลกนี้จะไม่มีใครได้รู้จักหรือได้ยิน เพลงน้ำลาย หรือแม้แต่คำว่าน้ำลายก็จะไม่มีใครในโลกรู้จักและได้ยินแน่นอน และ 90% ของเพลงทุกชุดของ ซิลลี่ฟูล ก็ทำงานกันแบบนี้ทุกชุดนะครับ ไปดูจากบท สัมภาษณ์ เก่าๆ ได้ แล้วไอ้ที่บอกหารเท่ากัน 4 คนเนี่ย ผมก็เป็นคนตั้งขึ้นมาเองนะครับ ไม่ใช่โตนะครับ หาร 4 ตั้งแต่อยู่ใต้ดินแล้ว แล้วก็หาร 4 เฉพาะค่าเปอร์เซ็นเทปกับค่าคอนเสิร์ตนะที่แบ่งเท่ากัน ส่วนค่าพรีเซนเตอร์โตเขาฟาดเรียบคนเดียวเนื้อๆ นะครับ ลองไปถามดูได้ อิอิ
หรั่ง : เหมือนกับชุดใหม่เหมือนกัน ที่กำลังจะออกกันมา ซึ่ง 10 เพลงผมทำกันมาเสร็จหมดแล้ว คือดนตรีที่เป็นเหมือนคาราโอเกะแล้ว เสร็จหมดแล้ว และใน 10 เพลงนี้ โตไม่ได้ทำเลยสักเพลง หมายถึงในภาคของทำนองดนตรี จนถึงวันที่แตกกันเนี่ย 1 ปีกว่าๆ ที่พวกผมทำกันเสร็จหมดแล้ว มีคำร้องจากเขาอยู่แปดเก้าคำ และรู้สึกว่าเขาหวงไอ้ท่อนนี้มากเลยว่า กลัวผมจะเอาไปก็อปทำ แฮะ แฮะ กร๊ากกกก.....
ต้น : แต่เพลงผม ทำนองดนตรีนะ อยู่กับเขาหมดเลยเจ็ดแปดเพลง ซึ่งโน้ตในนั้นนะมาจากพวกผมทั้งหมดเลยสามคน เขาไม่ได้มีส่วนร่วมเลย นั่นเขาจะบอกว่าเขาทำไป 70% ด้วยมั้ยนั่นน่ะ กร๊ากกกก.......
OD : ตัววง Silly Fools ก็มีซาวน์ที่เริ่มเป็นเอกลักษณ์ ถ้าเทียบกับวงในเมืองไทยทั่วๆ ไป ถ้าถามว่า ถ้าไม่มีพวกคุณสามคน Silly Fools จะมีซาวน์เป็นแบบอย่างนั้นอยู่หรือเปล่า
ต้น : ไม่เป็นแน่นอนครับ เพราะ Silly Fools มันเกิดมาจากดนตรีมาก่อน 90% มาก่อนร้องด้วยซ้ำ แม้แต่ทำนองร้องก็มาที่หลังดนตรี ซึ่งเขาไม่สามารถที่จะมาเล่นดนตรีแนว Silly Fools ได้โดยที่ว่าจะมาแต่งทำนองร้อง หรือเนื้อร้องกันอย่างเดียว จะเหลือก็แต่เสียงร้องเขาเท่านั้นที่ใช่ แต่ดนตรีไม่มีทาง
ต่อ : คือนับนิ้วได้เลยว่า เพลงไหนที่มาจากเนื้อร้องก่อน คือใน 50 เพลงเนี่ย มีอยู่ 5 หรือ 6 เท่านั้น โดยประมาณ ที่มาจากทำนองร้องของเขาก่อน หรือเนื้อร้องก่อน และพวกผมก็จะมาทำการเรียบเรียงกันใหม่
ต้น : ถ้าพูดกันจริงๆ แล้วเนี่ย ทำนองร้องเนี่ยเขาเป็นคนทำ แต่มันต่างกันที่ว่า เขาไม่ได้ทำมันมาเป็นคนแรก มันเกิดจากทำนองดนตรีที่ผมทำให้มาก่อนทั้งนั้น ถ้าไม่มีดนตรีที่ผมทำมา คือไม่มีกรอบรูป และโครงที่ผมสามคน ทำให้มา ไม่มีแบ็คกราวน์ที่ผมให้รายละเอียด ซึ่งไอ้จุดเนี้ยมันเป็นแรงบันดาลใจให้เขาได้วาดอะไรลงไปให้สมบูรณ์ ผมวาดอะไรทุกๆ อย่างเพื่อเป็นตัวจะจุดประกายให้เขาแต่งทำนองร้อง และเนื้อร้องได้ เพราะผมถือว่าร้องเนี่ยมันก็คือเครื่องดนตรีชนิดหนึ่ง ผมเล่นกีตาร์ ผมก็แต่งกีตาร์ของผมให้เต็มที่ ต่อเขาก็ใส่กลองเต็มที่ หรั่งก็ใส่เบสของเขาเต็มที่ ร้องก็แต่งเมโลดี้เข้าไปให้เต็มที่ เพียงแต่ว่าเพลงของซิลลี่ฟูลส่วนใหญ่ไม่ได้เริ่มต้นจากโตก่อน ในตัวงาน 90% ของ Silly Fools เริ่มจากพวกผม 3 คนก่อน และก็ที่เริ่มมาคือเรียบเรียงมาอย่างละเอียดแล้ว คือที่ฟังในเทปเป็นอย่างไร ตอนที่ผมส่งให้โตไปทำ มันก็ออกมาเป็นอย่างนั้นแล้วกว่า 90%
OD : ชื่อวง Silly Fools ใครเป็นคนตั้งครับ
ต้น : ผมเป็นคนตั้งครับ แม่งโง่เลยสมชื่อ ฉัดเอ้ย!...ฮา ฮา ฮา กร๊ากกกๆ ๆๆๆๆ
ต่อ : คือต้นนี่แหละ เป็นคนที่อยู่ตั้งแต่ต้น จนวันสุดท้ายของ Silly Fools เป็นคนเดียวที่อยู่ตั้งแต่ต้นจนจบ
OD : จริงๆ แล้วพวกคุณก็อยู่ด้วยกันมา เป็นเพื่อนกันมา ร่วมหัวจมท้ายกันมาตลอด
ต้น : ใช่ครับ ก็ลำบากด้วยกันมาตลอด
OD : รู้สึกอย่างไรบ้าง เมื่อวันนี้มาถึง
ต้น : ผมยืนยันได้เลยนะว่าโตไม่เคยคิดหาเรื่องที่จะไปออกอัลบั้มเดี่ยว หรือว่าทำตัวดังแล้วแยกวงเหมือนวงอื่นนะ แต่ว่ามันเกิดจากอุดมการณ์ที่ไม่ตรงกัน เขาเองก็ไม่อยากรับเล่นผับ ซึ่งมันก็คือการทัวร์คอนเสิร์ต ออกอัลบั้มมันก็ต้องมีการทัวร์คอนเสิร์ต โตเขาทัวร์คอนเสิร์ตได้ แต่ไม่อยากเล่นในผับเพราะจะไปมอมเมาคน ถ้าทัวร์คอนเสิร์ตและตัดผับออกไปหมด ซึ่งรายได้หลักของพวกผมมาจากการทัวร์คอนเสิร์ตเพียงอย่างเดียว เรื่องเปอร์เซ็นต์เทปมันมีแต่คนซื้อเทปผีกันอยู่แล้ว ตัดทิ้งไปได้เลย การเป็นพรีเซนเตอร์ Yamaha หรือ M-150 ผมไม่เคยขอแบ่งอะไรกับเขาเลยซักบาทเดียว ผมมีอยู่แค่ตรงเนี้ยกับการทัวร์คอนเสิร์ตเนี้ย เขาจะตัดตรงนี้ไปอีกด้วยเหตุผลส่วนตัวของเขา ซึ่งผมก็ไม่ได้ว่าเขาผิดเลยนะ เพียงแต่ผมทำตามข้อเสนอเขาไม่ได้ ส่วนเขาก็ทำตามข้อเสนอผมไม่ได้ พูดง่ายๆ ทางใครทางมัน แค่นั้นเอง
ต่อ : แต่พอต้นกับหรั่งเดินไปบอกเขาตรงๆ ว่าคงต้องแยกกัน เพราะทำตามข้อเสนอเขาไม่ได้ มันกลับกลายไปเป็นว่า พวกผมสามคนไปไล่เขาออก เป็นความสัตย์จริงเลยนะคือผมรู้สึกว่า คือโอเค เขาบอกว่าเขาไม่กินไก่ โอเค แต่เรา 3 คนต้องกินไก่ เพราะอาหารหลักของพวกผมสามคน มันมีแค่ไก่อย่างเดียว ไม่มีอะไรอย่างอื่นมาให้เลือกกิน นี่ผมพูดเปรียบเทียบเอานะ เพราะฉะนั้นเราสามคนก็จะไปหาร้านที่ขายไก่ ส่วนโตก็ไปหาร้านที่ไม่มีไก่ ไม่มีใครบังคับใครทั้งนั้น ไม่มีใครผิด ไม่มีใครถูก มันแค่ความคิดมันไม่ตรงกันแล้วเท่านั้นเอง มันเป็นเส้นขนานเลยครับ ซึ่งพวกผมไม่ได้ไปโหวตไล่เขาออกไปเลยนะ ผมสามคนแค่จะไปหาร้านที่ขายหมูเท่านั้นเอง และพวกผมก็ไม่เคยไปโกรธเคืองอะไรเขาเลย และจริงที่สุดคือ ไม่มีวงดนตรีวงไหนในโลก ที่อยากจะไล่นักร้องที่ดีที่สุดในยุคนี้ออกหรอกครับ ผมสามคนอยู่ดีๆ จะมาฆ่าตัวตายเล่นๆ ทำไม
หรั่ง : แล้วตัวผมสามคนเองก็เดินได้ยากขึ้น มืดมิดไปหมดแล้ว มีตัวอย่างของวงหลายๆ วงที่เป็นแบบนี้ ให้ดูตั้งเยอะ มีใครบ้างละครับที่อยากจะเป็นแบบนั้น
ต้น : เอาง่ายๆ นะ คือถ้าพวกผมเห็นแก่เงินนะ โตเนี่ย ผมพูดได้เต็มปากเลยนะว่าเป็นนักร้องผู้ชายที่ดีที่สุดในยุคนี้ ถ้าผมเป็นอะไรที่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเขา รับรองผมจิกเขาไม่ปล่อยหรอก ถ้าผม เห็นแก่เงิน ผมจะทั้งจิก ทั้งเกาะแบบไม่ปล่อยให้คลาดสายตาแน่ๆ จะยอมเขาได้ทุกอย่าง จะทำยังไงกับผมก็ได้ ขอแค่ให้ผมได้อยู่กับเขา พูดง่ายๆ เกาะแดกตลอดชีวิตเลยละ มึงไปไหนกูเกาะไข่มึงไปด้วย สบายตลอดชาติเลยนะนั่นนะ ฮา ฮา ฮา กร๊ากกก..........
OD : และถึง ณ ตอนนี้ทางวงจะทำอย่างไรกันต่อ
ต้น : ผมก็ลุยกันต่อครับ เพราะเพลงผมตอนนี้ครบ 10 เพลงแล้ว
ต่อ : พวกผมก็ยังคงรวมตัวกันเป็น Silly Fools กันอยู่
ต้น : คือตัวผมหน่ะ หยุดรับงานมาตั้งแต่เดือนเมษายนปีที่แล้ว จนถึงทุกวันนี้มันปีกว่าแล้ว ผมไม่มีเงินเข้ามาเลยแม้แต่บาทเดียว ทั้ง 3 คนเลยนะครับ ผมควักเนื้อตัวเองกินมาปีกว่าๆ ผมทุ่มไปกับการซื้อของบันทึกเสียงในชุดใหม่ เอฟเฟคกีตาร์ผม แอมป์กีตาร์ผม ผมซื้อกีตาร์เพราะตอนนี้ผมกลับมาฝึกใหม่ ผมฝึกไปประมาณหกเจ็ดเดือนแล้วเนี่ย ผมซื้อมาก็เพื่อที่จะนำมันมาเล่นเพื่อให้ได้ซาวน์ที่มันดีๆ ใหม่ๆ ผมคิดเอาไว้เลยว่ากีตาร์ตัวนี้ ตัวนั้น มันจะไปใช้กับเพลงอะไร ผมหมดเงินไปประมาณล้านกว่าบาท นี่เรื่องจริงนะ ผมจดไว้หมด นี่ๆ ขอคุยหน่อย เอฟเฟคผมในระบบใหม่เนี่ย มีคนเข้ามาช่วยผมทำกันเยอะ ซึ่งเป็นระบบที่แบบพวกฝรั่งเขาเล่นกันเรยนะนั่น แค่สายเคเบิ้ลอย่างเดียวก็ล่อไปห้าหมื่นบาทแล้ว ยังไม่รวมค่าเอฟเฟคและอะไรต่างๆ อีกมากมาย พอต่อเอฟเฟคเสร็จปุ๊บ วงแตกปั๊บ! แม่งขายแดกแทบไม่ทันเลยอ่า กร๊ากก กกกๆๆๆๆๆ......... (หัวเราะ)
ต่อ : เขาเรียกว่าครบระบบงัย พอครบวงจรปุ๊บ แม่งช็อตตูม! วางระเบิดตัวตายซะงั้น (หัวเราะ) ซึ่งก็เหมือนกันกับผมเลย ผมก็ไปสั่งกลองเอาไว้ 2 ชุดเลย นี่ยังไม่มีตังค์ไปจ่ายเขาเลย ตลกแดกไปวันๆ อยู่เนี้ย
ต้น : มีคนบางคนเขาหาว่าผมผลาญเงิน พอผมซื้อกีตาร์มาจะไปโชว์ เพื่อให้เขาเกิดไฟในการทำเพลง ไอ้คนบางคนเขาก็บอกว่า มึงจะผลาญเงินไปถึงไหนว่ะ ผมละอึ้งเลยนะ นี่ถ้าผมซื้อรถบีเอ็มคันละสี่ห้าล้านมาขับแอ็ค นั่นหล่ะค่อยมาด่าผม ซึ่งความตั้งใจของผมจริงๆ คืออยากที่จะให้ได้ซาวน์ดีๆ เท่านั้นเอง
ต้น : คือตั้งแต่ที่น้องเขาโดนจับเนี่ยเขาก็หายไปเลย ผมก็เข้าใจเขานะว่าเขารักน้องคนนี้มาก ผมเองก็เห็นน้องของเขามาตั้งแต่เล็กนะ ผมก็ไม่นึกว่ามันจะเลยเถิดกันไปถึงขนาดนี้ ผมเองก็ทำได้อย่างเดียวคือ ทำหน้าที่ของผมไปคือทำเพลงของผมไป ผมโทรไปเขาไม่รับ ผมก็เข้าใจ ไม่เป็นไร ผมก็ทำเพลงของผมไป จนมันนานเข้าๆ เขาก็ไม่มีการติดต่อกลับมา เขาเองก็ไม่เคยมาถามสาระทุกข์สุขดิบของผมสามคนเลยนะ ว่า เฮ้ย สบายกันดีไหมวะ ควักเนื้อตัวเองกินกันไปถึงไหนแล้วค่ะ เพราะผมเองก็ไม่มีงาน ไม่มีเงินเข้ามาเลยสักบาทเดียว ซึ่งมันผิดกับเขาหน่ะ เขายังมีงานพิธีกร งานอะไรต่างๆ ผมไม่เคยอิจฉาเขาเลยนะ มันเป็นโชคของเขา มันเป็นความสามารถของเขา มันเป็นโอกาสของเขา แล้วมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับผม งานพีธีกรเดือนๆ นึงรายได้เกือบแสน มันก็เป็นเรื่องของเขา แต่ทั้งนี้ไอ้เรื่องงานมันก็ต้องแยกกัน ซึ่งเขาเองก็ไม่ได้เจอปัญหาคนเดียว ผมก็เจอปัญหา พ่อของผมเองก็เกือบตายมาสองรอบแล้ว หลังจากเหตุการณ์ที่น้องเขาโดนจับด้วยซ้ำ พ่อผมเนี่ยอยู่ดีๆ ก็กินอาหารไม่ลง น้ำหนักฮวบลง ตอนแรกก็หาสาเหตุกันไม่เจอ หมอตรวจก็ไม่เจอสาเหตุ เลยไปให้หมอตรวจใหม่รอบที่สาม ปรากฏว่ากะเพาะเกือบทะลุ หมอบอกว่า ถ้ามาช้ากว่านี้อีกไม่ถึงอาทิตย์หล่ะก็เรื่องใหญ่เลย กะเพาะทะลุแน่ พ่อผมก็นอนโรงพยาบาลประมาณสองอาทิตย์ได้ มันเรื่องใหญ่สำหรับคนแก่นะ ก็พอดีหมอหาสาเหตุเจอปุ๊บทำการรักษา โอเคออกมา ผมก็สบายใจ ผมก็ทำเพลงต่อ ผ่านไปสักพักนึงเรื่องน้องของเขา เขาก็ยังมึนของเขาอยู่ ผมก็ไม่เป็นไร ทำงานของผมไป จนมีอยู่วันนึง พ่อผมมีโรคนึงมานานอยู่แล้วคือ เดินนานๆ จะปวดน่อง ตอนแรกก็ไม่รู้หรอกว่าเป็นอะไร และมือชอบชา ไปหาหมอหมอบอกว่าสงสัยเส้นประสาทอะไรเสื่อม ก็ให้วิตามินมากิน มันก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น จนน้องสาวผม พาไปฉีดสีเข้าเส้นเลือดเลย เขาก็ฉีดสีเข้าเส้นเลือด เลยเห็นว่ามันอุดตัน ต้องผ่าตัดนะ ทำบายพาสตรงช่วงท้อง ไม่งั้นขาเน่า เขาบอกว่าปล่อยไว้ไม่ได้แล้วนะ ผมก็บอก โอ้โห พ่อผมต้องผ่าตัด ตอนแรกหมอก็พูดปลอบใจว่า เออ ผ่าไม่ใหญ่หรอก สบายๆ อะไรอย่างเงี้ย ผมก็เดินไปภายในโรงพยาบาลตอนพ่อผมตรวจ พอเดินไปก็มีพยาบาลเดินเข้ามาทัก ลุง ผ่าบายพาสเหรอ ผ่าใหญ่นี่! อ้าว! ผมก็เฮ้ย ยังงัยกันเนี้ย ผ่าเล็กหรือว่าผ่าใหญ่เนี่ย เขาก็บอกว่าต้องผ่าตั้งแต่ลิ้นปี่ ผ่ากลางพุงลงมาจนถึงสะดือ เลี้ยวหลบสะดือผ่ามาถึงท้องน้อยเลย และก็แหวกเข้าไปเพื่อไปเอาเส้นเลือดมาต่อเพื่อทำการรักษาที่ขา พ่อผมหน่ะนอนพะงาบๆ อยู่เป็นเดือนๆ และคิดดูว่าตัวผมก็กลัวพ่อผมจะตาย ถึงหมอจะเก่งจริงแต่พ่อผมแก่แล้ว ผมอยากจะไปเยี่ยมพ่อทุกวันนะ แต่ผมก็ต้องไปวันเว้นวัน ผมต้องทำเพลง ถ้าผมไม่ทำเพลงแล้วผมจะเอาเงินที่ไหนมารักษา ถ้าเกิดพ่อผมรอดขึ้นมา ครอบครับผมก็ยังต้องใช้เงินอีก และตอนนั้นที่พ่อผมนอน ขยับตัวไม่ได้ ผมรู้ได้เลยว่าพ่อผมเจ็บมาก แต่ผมก็ยังไปวันเว้นวัน นั่งรถไฟฟ้าไปคนเดียว ผมก็มีปัญหาของผม แต่ผมก็ไม่เคยไปบ่นอะไรให้เขาฟัง แต่เขากลับมาลงทางพวกผมว่าไม่ไปเห็นใจเขา ทำนองไปคุยถามเขาก็มีแต่เรื่องเพลง กับงาน ซึ่งตัวเขาเอง ก็ไม่เคยโทรมาหาถามอาการพ่อผมแม้แต่ครั้งเดียว มาเยี่ยมไม่เคยมีเลย มาถามถึงก็ตอนที่ผ่าแล้ว แล้วมาถามก็ตอนที่ผมโทรไปหาเขาแล้วเขารับโทรศัพท์ บอกว่า เออ พ่อกูผ่าเสร็จแล้ว แล้วเขาก็ถามว่าเป็นยังงัยบ้างว่ะก็แค่นั้นเอง แต่ตอนพ่อผมก่อนผ่าที่รู้ตัวว่าจะผ่า เขาก็ไม่เคยโทรมาเลยแม้แต่ครั้งเดียว ผมก็ไม่เคยไปบ่นกับเขา ไม่เคยน้อยใจกับเขาเลย พ่อผมก็ถาม เฮ้ย ไอ้โตทำไมมันไม่โทรมา ผมก็ เออ มันไม่รู้เรื่อง แต่จริงๆ แล้วมันรู้เรื่องแล้ว ผมบอกไปแล้ว แต่มันบอกว่าผมไม่เคยบอกมัน แต่ผมนะจำได้ว่าบอกมันไปแล้วจำได้ชัวๆ ผมเองก็ไม่เคยเก็บมาน้อยใจอะไร ผมก็ทำเพลงของผมไป พ่อผมจะตายทั้งคนทำไมผมยังทำเพลงได้หล่ะ กลับกลายเป็นว่าพ่อผมรอดกลายเป็นปัญหาไม่หนัก แต่ถ้าพ่อผมตายถึงจะเป็นปัญหาหนักเท่ากับคราวที่น้องเขาติดคุกใช่มั้ย
ต่อ : เขาก็มาบอกผมนะว่า ไม่โทรไปหาเขาเหมือนกัน แต่ผมโทรไปปุ๊บ ผมจะคุยเรื่องอื่นคือเวลาผมโทรไปเนี่ย ถ้าเกิดไปพูดเรื่องน้องเขาก็จะกลายไปเป็นเจาะประเด็นไป
ต้น : ผมก็พูดกันทั้งสามคนเลยว่า เฮ้ย ทำชีวิตให้มันปกติดีกว่า คุยกับมันเรื่องอื่นไป ไม่อยากให้มันมาเครียดเรื่องน้องเรื่องอะไร
ต่อ : แต่เสียงตอบกลับมาแต่ละอันบอก เฮ้ย กูทำอยู่หว่ะ อย่ามาเร่งกู ผมก็เออๆ คือผมเคยตอนต้นอัดมาให้ผมก็นำไปอัดกลองสดที่บ้านเพื่อน ส่วนตัวผมก็ซื้ออะไร อัดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ผมโทรไปถามเขา เฮ้ย เพลงเป็นยังงัยบ้างวะ เดี๋ยวกูจะไปส่ง “เฮ้ย กูทำอยู่หว่ะ มึงอย่าเร่งกูได้มั้ยว่ะ” ผมแค่มีความรู้สึกว่า ผมอยากจะส่งไอ้เพลงที่มันเป็นกลองจริงๆ เพื่อไปให้มึง มึงจะได้มีฟีลในการร้องก็แค่นี้
ต้น : ก็แค่โทรไปแล้วให้มันรับโทรศัพท์แล้วได้คุยกันหน่อย ขอให้ได้มีเรื่องคุยกับมันจนได้ เพราะมันหายไปเลย อะไรก็ได้ เรื่องอะไรก็ได้ ครั้นจะโทรไป เฮ้ยน้องมึงเป็นยังงัยบ้าง ก็ไปจุดประกายอีก ผมก็ เออ คุยเรื่องงานดีกว่า ขอให้ได้คุย ให้มันได้รับโทรศัพท์บ้างแล้วกัน
ต่อ : จนผมต้องมาอธิบายว่า เฮ้ย กูไม่ได้เร่งเว้ยโต กูแค่อยากให้มึงได้ฟีลของกลอง จนหลังๆ มามันก็ไม่รับเลย แรกๆ เลยผมโทรไปมันก็ไม่รับอยู่แล้วสำหรับผมกับมันนะ
ต้น : และช่วงเวลานั้นมันทำท่าจะดีขึ้นหลายครั้งนะ เดี๋ยวกูจะกลับมาทำเพลงแล้วนะ แล้วก็หายไปอีก แล้วก็ทำเหมือนดีขึ้นมาใหม่ และก็หายไปอีกเหมือนกัน จนผมก็ทำอะไรกันไม่ได้เหมือนกัน เพราะว่า Silly Fools มันคือทีมเวิร์ค 4 คน ต่อให้มีใครมาบอกว่า เฮ้ย กูร้องแทนได้ว่ะ แต่งเนื้อได้ดีกว่า กูก็ไม่เอา นักร้องกูคนนี้ ไม่ใช่มึง ยังงัยกูก็จะรอนักร้องกูคนนี้ แต่จุดแตกหักมันไม่ได้อยู่ที่มัน แต่งเพลงหรือไม่แต่ง มันอยู่ที่ว่ามันบอกว่ามันไม่เล่นผับในการออกทัวร์คอนเสิร์ต พอเปิดประตูทัวร์คอนเสิร์ตปุ๊บ มันบอกว่ามันไม่ขอเล่นผับเลย พวกผมทรุดตูมเลย ชาตินี้ผมไม่ได้เล่นตามผับแน่นอน ขนาดผมคุยแบบขอมันนะว่า เฮ้ย ชุดนี้ชุดสุดท้ายแล้ว ไหนๆ ก็ชุดสุดท้ายแล้ว เรารู้อยู่แก่ใจ ขอเหอะ ขอให้หาเงินกันให้เต็มที่ บอกเลยว่า ถ้าชุดนี้ออกไปนะบอกเลยว่ากูสามคนก็รอดเลย สบาย เพราะผมไม่ห่วงมันอยู่แล้ว เพราะเขาก็มีรายได้จากแมลงมันทุกเดือนมาตั้งสี่ห้าปี พรีเซนเตอร์เขาก็ได้มาตั้งเยอะ ผมไม่ห่วงเขาอยู่แล้ว เพราะเขามีความสามารถที่จะขึ้นไปคุยกับผู้ใหญ่ข้างบนว่าจะทำอะไรใหญ่ๆ โตๆ ได้ ผมไม่เคยคิดใฝ่ฝันขึ้นไปเทียบเขาหรอก ผมก็ห่วงตัวเองเป็นเหมือนคนอื่นๆ นั่นและ นี่ ผมยังงงอยู่เลย ซึ่งตามแถลงข่าวเขาบอกว่า ตัวเขาไม่อยากที่จะไปเป็นพรีเซนเตอร์ของมึนเมา แต่ผมสามคนเนี่ยไปบังคับเขา กูไปบังคับมึงตอนไหนวะเนี้ย รับตังค์อยู่คนเดียวแต้ๆ
หรั่ง : ไอ้เรื่องพรีเซนเตอร์ที่เขาจะรับหรือไม่รับหน่ะ เขาได้เงินอยู่คนเดียวอยู่แล้ว มันไม่เกี่ยวกับพวกผม พวกผมก็ได้เงินมาจากการเล่นดนตรีกันอย่างเดียว
OD : มีประเด็นอะไรอีกมั้ยที่อยากจะพูดเพิ่มเติม
หรั่ง : ก็เรื่องวันแถลงข่าวครับ ที่จริงวันที่แถลงจริงๆ มันมีเหตุการณ์ที่ไม่ชอบมาพากล แต่ว่าอาจจะมาแฉหรือมาแจงให้ฟังกันคงจะไม่ได้ ก็คือโตเขาไม่ยินดีที่จะให้พวกผมร่วมแถลงข่าวด้วยในการที่จะร่วมพูดความจริงกัน รู้เรื่องอีกที โตจะออกมาแถลงคนเดียว ผมก็งงสิ
ต้น : คือเขาเองไม่มีสิทธิ์ที่จะมาห้ามผมหรอก แต่ก็มีพี่ๆ หลายๆ คนที่ห้ามไว้ ซึ่งตัวผมเองก็โอเค ในเมื่อพี่ๆ หลายๆ คนพูดว่าโตไม่ยินดีที่จะให้พวกผมเข้าไปอยู่ในห้องนั้น ผมก็จำเป็นต้องเดินออก เพราะว่าถ้าพวกผมยังนั่งอยู่ โตเขาก็ไม่ลงมาแถลง
ต่อ : ประเด็นมันมีมาตั้งแต่วันก่อนหน้านั้นแล้วครับ คือเขาจะให้พวกผม บีฟงานกันก่อน คือให้โตและพวกผมมาบีฟกันก่อน เรื่องประเด็นที่จะพูด
ต้น : คืออย่างนี้ครับ จะมาพูดเรื่องจริงกันยังไงเนี่ย มันต้องมาบีฟงานกัน ซึ่งก็มีผู้ใหญ่คนนึงเข้ามาบอกว่า เอาหล่ะ จะไปบีฟงานกับโตกันมั้ยทั้ง 4 คน พวกผมก็บอกว่าไป เขาก็บอกว่าเดี๋ยวโทรไปสอบถามโตให้ก่อน โตก็บอกมาว่าเขาไม่แฮปปี้ที่พวกผมจะเข้าไปร่วมในการ บีฟงานด้วย เพราะเป็นงานแถลงข่าวส่วนตัวของเขา เรื่องวงแตก ผมอ่ะอย่างงง นี่วงนีี้มันคนเดียวตั้งแต่เมื่อไหร่ มีแนวส่วนตัวซะด้วยนะ
ต่อ : และสรุปสุดท้ายเขาก็ฟันธงกันว่า ไม่ต้องให้พวกมันมา ก็คือพวกผมนี่และ
ต้น : ซึ่งพวกผมก็ไปเลย ไปทื่อๆ เลย
หรั่ง : พวกผมก็ยังดื้อรั้นไปกันหน้างาน คืออยากจะไปบอกกับนักข่าวแค่ว่า ผมมาแค่มานั่งฟัง คืออยากแค่มาฟังว่าเขาพูดอะไรบ้าง
ต้น : พวกผมก็ไปนั่งตรงเก้าอี้นักข่าวหลังสุดเลยนะ ผมแค่อยากจะรู้ว่าเขาจะพูดอะไร เพราะว่าคำที่เขาบอกว่า จะแถลงข่าวเรื่อง Silly Fools วงแตก ซึ่งถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้อยู่ในวงแล้ว แต่เขาก็ยังใช้ชื่อว่า Silly Fools วงแตก ซึ่งมันก็ต้องเกี่ยวกับพวกผมแน่นอน
หรั่ง : แล้วมันวันสุดท้ายด้วยครับ วันที่ทุกๆ คนจะได้รู้อะไร แม้แต่พวกผมยังไม่ได้พูดอะไรเลย ต้องกันกันจนสุดท้ายทุกคนก็ไม่ได้รู้ ก็ได้ยินแค่คนๆ นึงพูดอยู่คนเดียว
ต่อ : คือเขาบอกว่าถ้าพวกผมทั้งสามคนไม่ออกไปจากห้อง งานวันนั้นก็ล้มกันไปเลย ต้องปิดตรงนั้นเลย พวกผมเลยต้องออกไปจากห้อง เพราะนักข่าวเขาก็มากันหมดเลย ผมก็ต้องตัดใจ
ต้น : พวกผมก็ขึ้นไปอีกชั้นนึงที่เป็นบริษัทผม ก็มีผู้ใหญ่เรียกขึ้นไปคุยอะไรต่างๆ ปรับความเข้าใจกันปุ๊บ โตก็แอบลงมาแถลงของเขา แล้วมันก็เป็นอย่างที่พวกคุณเห็นนั่นแหละ ซึ่งตัวผมพูดจริงๆเลยนะว่า มันเลวร้ายมาก น่าเกลียดมาก คือตัวเขาพูดปะปนกันไปหมดเลยว่า ไอ้เรื่องการเป็นพรีเซน เตอร์กับการเล่นในผับ มันคนละเรื่องกันเลย ซึ่งมันไม่ได้เป็นสาเหตุจริงๆ ที่วงแตกไหนจะเรื่องเปอร์เซ็นต์การทำเพลงอีก หารสี่หาร ห่าอะไรของแม่งอีก
หรั่ง : แล้วเคยถามเขาว่า อยากรู้ว่าค่าพรีเซนเตอร์นั้นได้เท่าไหร่ ก็ไม่ตอบผม บอกว่าไม่บอก ซึ่งผมถามนักร้องของผมเองนะ ก็ไม่บอก เขาบอกว่าอย่ารู้เลย
ต้น : อีกเรื่องก็เรื่องที่โหวตกันออก สมมุติว่าผมทั้งสามคนกินไก่ เขาไม่กินไก่ นั่นมันก็แปลว่ามันไปด้วยกันไม่ได้แล้ว ผมทั้งสามคนก็ต้องไปกินไก่ของพวกผมเองสิ หรือว่าจะให้พวกผมแตกกันไปอีกสามคน ต่างคนต่างไปกินไก่กันเอง ถึงจะสมใจเขา
หรั่ง : ผมก็แค่ขอให้คนที่ได้อ่านอะไรในนี้ แค่คิด แค่ใช้เหตุผลประกอบการคิดตัดสินใจแค่นั้น
ต้น : ถ้าพวกผมนั้นเห็นแก่เงินแล้วเนี่ย ไปเอาอะไรของไอ้โต ไปเป็นกาฝากของไอ้โตเนี่ย เฮ้ย! ผมจะมาบอกว่ายุบวงกันทำไม ฆ่าตัวตายชัดๆ เกาะแม่งแดกตลอดไปไม่ดีกว่าเหรอ ผมหน่ะเหลือแต่เพลงกับชื่อวงสองอย่าง และเหลือเพื่อนสองคนนี่แหละ
OD : และต้องการหานักร้องกันใหม่หรือเปล่าครับ
ต้น : หาสิครับ ถ้าเผื่อใครสนใจ ก็ติดต่อผ่านมาทาง Overdrive อ.ปราชญ์เลย แต่ที่แน่ๆ ผมไม่เอานักร้องที่ร้องสไตล์นักร้องคนเก่า ผมอยากได้อะไรที่มันไม่เหมือนเดิม ใช่ร้องสูงได้ดี แต่ว่าต้องมีสไตล์เป็นของตนเองด้วย เพราะโตมีได้คนเดียว ฝากไว้ตรงนี้เลย
ต่อ : แต่ความรู้สึกเดียวกันคือ เจ็บทั้งคู่ เสียใจกันทั้งคู่
หรั่ง : แต่เวลาจะเป็นตัวพิสูจน์เอง
OD : มีอะไรกล่าวทิ้งท้าย
ต้น : ที่แน่ๆ Silly Fools ก็ยังอยู่ต่อ 3 คน ถึงแม้จะเป็น Silly Fools ที่โลกลืมก็เหอะ
หรั่ง : เป็น Silly Fools ที่โลกลืมไปแล้ว (หัวเราะ)
ต้น : แต่ผมก็ยังยืนยันว่า ผมไม่เคยเกาะใครกิน ไม่เคยไปเกาะนักร้องตัวเองกิน ไม่เคยไปขอส่วนแบ่งการเป็นพรีเซนเตอร์ ไม่เคยไปบังคับเขาให้ไปเป็นพรีเซนเตอร์อะไรเลย
หรั่ง : ส่วนตัวผม ก็เรื่องไอ้บ้านและรถที่ผมมี ผมไม่ได้ไปเกาะเขาแล้วเขาสร้างให้ผมมา ผมภูมิใจกับรถกับบ้านที่ผมมีอยู่ เพราะว่ามันมาจากสองมือของผม
ต้น : ที่แน่ๆ ผมสามคนเล่นดนตรีมาไม่เคยคิดที่จะไปมอมเมาใคร ถ้าคิดว่าผมสามคนเล่นดนตรีมอมเมาคนอื่น นักดนตรีทั้งประเทศก็คงไม่ดีไปกว่าผมหรอก วงทุกวงก็มอมเมาคนกันหมด ไม่มีข้อยกเว้น ผมก็แค่เอาเสียงเพลงแลกเงิน นี้คืออาชีพของผม ก็แค่นั้นเอง
OD : และไม่คิดเหรอว่าคุณทั้งสามคนจะไปเหมือนกับวง Rage Againt The Machine ที่นักร้องออก แล้วไปได้นักร้องใหม่กลายเป็น Audio Slave ที่ดังทะลุฟ้า
ต้น : แฮะ แฮะ กลับมาดังคงจะเป็นไปไม่ได้ นี่ยังคิดอยู่เลย ถ้าหานักร้องไม่ได้ ผมสามคนอาจทำเพลงบรรเลงออกมาทื่อๆ โง่ๆ แม่งเรย ให้คนที่ซื้อไปฟังแบบคาราโอเกะ ไปแต่งร้องกันเองที่บ้านซะเลย เออ! นี่ๆ ผมมีชื่อชุดใหม่แล้วนะ ให้ชื่อชุดใหม่ว่า “ไอ้สามโจรเกาะนักร้องแดก” ฮา ฮา ฮา กร๊ากก กกกกก.....กร๊ากกกกๆๆๆๆ

นี่ก็คือ ปากคำ ของ เขาทั้ง 3 คน Silly Fools ฟังและพิจารณาดูด้วยตัวคุณเอง Overdrive ทำหน้าที่เป็นสื่อกลาง ให้แล้ว เมื่อคนหนึ่งได้พูด (ผ่านสื่อนับร้อย) อีก 3 คนก็ควรได้พูดเช่นกัน....

#522 By rak (203.155.234.106) on 2008-04-14 01:01

ชอบพี่เกี๊ยะมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆความรู้สึกบรรยายไม่หมดตั้งแต่งานคอนเสิร์ตตั้งแต่วันที่1มากันยาที่ผ่านมานี่หนูก็คิดถึงแต่พี่ทุกวันถ่ายรูปพีมาตั้งเยอะแยะมากมายก็เบลอชัดแค่2-3รูปเองหนูคิดถึงพี่มากเลยน่ะงานยามาฮ่าที่ผ่านมาทำให้หนูได้เห็นพี่หนูอยากให้จัดแบบนี้อีกจังเลยพี่เกี๊ยะหนูชอบพี่มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกที่สุดอยากให้พี่ตอบกลับบ้างน่ะอยากได้ที่อยู่พี่จังเลยพี่ชื่อจริงว่าอะไรพี่เรียนจบจากหนัยบ้านอยู่ที่หนัยหนูอยากรู้เรื่องส่วนตัวและข้อมูลเกี่ยวกับตัวพี่มากๆๆเลยแล้วเมื่อไรอัลบั้มพี่จะวางแผงล่ะจะได้เห็นmvพี่วันไหนวันที่13กันยาที่จะถึงก้วันเกิดหนูแล้วหนูอยากได้คำอวยพรจากพี่จังเลยทำยังไงหนูถึงจะได้คำอวยพรถ้าเป็นอย่างนั้นคงมีความสุขที่สุดในโลกเลยไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อไรจะได้เจอพี่อีกพี่จะมานครสวรรคือีกเมื่อไรก็ไม่รู้หนูอยากขอขอบคุณงานยามาฮ่าที่ทำให้หนูได้เจอพี่หนูอยากเจอพี่เอามากๆๆๆเลยพี่รู้มั้ยหนูคิดถึงแต่พี่จะบ้าอยู่แล้วทำไมคิดถึงพี่ได้ขนาดนี้ก็ไม่รู้เหมือนกันไม่เคยชอบและปลื้มใครขนาดนี้มาก่อนเลยพี่เกี๊ยะโดนใจหนูหนูชอบพี่มากๆๆชอบสุดๆๆๆเลยพี่จะจำได้มั้ยคนที่อยู่ข้างหน้าสุดคนที่ใส่เอ๊ยมสีทหารเสื้อสีขาวมัดผมตะโกนเรียกแต่ชื่อพี่เกี๊ยะๆๆๆๆๆพี่จะจำหนูได้มั้ยน่ะหนูชอบพี่มากๆๆๆๆๆๆๆพี่เมื่อไรจะออกอัลบั้มสักทีในชีวิตนี้ถึงจะตายก็ไม่เป็นไรขอแค่เจอพี่อีกสักครั้งอยากคุยกับพี่อยากถ่ายรูปคู่กับพี่อยากเห็นพี่ยิ้มอีกสักครั้งพี่เป้นคนที่น่ารักตัดผมแนวเอามากๆๆๆความรู้สึกของหนูที่มีให้พี่มันมากมายทั้งเว็บไซค์ก็คงอธิบายไม่หมดหรอกหนูชอบพี่มากๆๆๆๆๆๆวันนี้ก็คบ1อาทิตย์แล้วสิน่ะพี่เกี๊ยะที่พี่มาเล่นคอนเสิร์ตอยากให้พี่มาอีกจังถึงปีหน้าพี่มาเล่นที่นครสวรรค์อีกก็ไม่รู้เหมือนกันว่าหนูจะได้ดูรึป่าวเพราะหนูจะต้องไปเรียนต่อที่อื่นแล้วรักพี่เกี๊ยะที่สุดคนที่ตัดผมแนวทรงพังคืเท่ห์กว่าใครใครมีข้อมูลพี่เกี๊ยะหรือที่อยู่โพสต์ให้ด้วยน่ะค่ะขอบคุณมากค่ะที่ให้เนื้อที่อธิบายความรู้สึกที่มีต่อพี่เกี๊ยะวงแฮงค์แมน

#523 By aaaa (124.120.119.90) on 2008-06-01 09:01

big smile open-mounthed smile confused smile sad smile angry smile tongue question embarrassed surprised smile wink double wink cry

#524 By ธีรยุทธ (61.7.185.166) on 2009-03-29 17:09

หล่อทั้งวงconfused smile

#525 By love (118.173.46.107) on 2009-10-26 10:01

Latest Comments

Categories